สุขภาพดีจากไร่สู่จานโปรดของคุณ น้ำมันเมล็ดคามีเลีย น้ำมันดีของคนหัวใจดี

1 สิงหาคม 2562

หนทางหมื่นลี้ของเมล็ดคามีเลีย

จากประเทศจีนสู่ยอดดอยของไทย

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2547 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชกระแสให้มูลนิธิชัยพัฒนาติดต่อกับสถาบันพฤกษศาสตร์มณฑลยูนนาน เพื่อขอเมล็ดพันธุ์ และต้นอ่อนชาน้ำมันมาทดลองปลูกในประเทศไทย หลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายน (ปีเดียวกัน) ทางสถาบันพฤกษศาสตร์มณฑลยูนนาน ก็ได้ทำการส่งเมล็ดพันธุ์ และต้นอ่อนชาน้ำมันจำนวนหนึ่งกลับมา เพื่อนำมาทดลองปลูกในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ประวัติและความเป็นมา - โครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันเมล็ดคามีเลียและน้ำมันพืชอื่น 

น้ำมันที่ "หล่อเลี้ยง" หัวใจของชุมชน

จากความยากจนสู่ความยั่งยืน

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2549 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ทรงพระราชทานชื่อ “ภัทรพัฒน์” หรือ “PatPat” เพื่อให้เป็นตราผลิตภัณฑ์สําหรับสินค้าที่เป็นผลิตผลของมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีความมุ่งมั่นที่จะ “พัฒนาสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้ … อย่างยั่งยืน” ซึ่งก็คือ การสนับสนุน ส่งเสริม และช่วยพัฒนา เปลี่ยนความเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้อย่างยั่งยืน เปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็นความหวัง เป็นพลังที่จะขับเคลื่อนไปสู่อนาคตได้ด้วยศักยภาพของตนเอง

ปรุงได้ทุกเมนู ดีต่อสุขภาพทุกจาน

น้ำมันเมล็ดคามีเลียภัทรพัฒน์เป็นน้ำมันที่ทนความร้อนได้สูง จึงทำให้สามารถปรุงอาหารได้หลากหลาย ทั้งการปรุงอาหารที่ใช้ความร้อนสูง และยังสามารถใช้เป็นซอสหมักเนื้อสัตว์ได้อีกด้วย

4 เหตุผลที่ทำให้น้ำมันเมล็ดคามีเลีย

ไขมันดี 78%, ช่วยลดคอเรสเตอรอล

ซึ่งน้ำมันเมล็ดคามีเลียมีไขมันไม่อิ่มตัว (ไขมันดี) ทั้งเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนที่ช่วยลดคอเรสเตอรอลมากกว่าเมื่อเทียบกับน้ำมันชนิดอื่น

ป้องกัน 5 โรค, น้ำมันเมล็ดชาช่วยป้องกันโรคร้ายหลายประการ

โดยเฉพาะ 5 โรคสำคัญดังต่อไปนี้ โรคอัมพาต, โรคหลอดเลือดตีบตัน, โรคความดันโลหิต, โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

โอเมก้า 3-6-9, ลดการแข็งตัวของเส้นเลือดป้องกันโรคหัวใจ

น้ำมันเมล็ดคามีเลียจะมีโอเมก้าครบ 3 ชนิด ได้แก่ โอเมก้า 3 (0.4%), โอเมก้า 6 (8.7%), โอเมก้า 9 (78.87%) ต่อ 100 มล. ในขณะที่น้ำมันชนิดอื่นๆ อาจจะมีโอเมก้าไม่ครบ

ด้วยจุดเกิดควันสูง 252c, ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

น้ำมันที่มีจุดเกิดควันสูงจะทนความร้อนมากกว่า น้ำมันที่มีจุดเกิดควันต่ำ จึงก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระน้อยกว่า และปลอดภัยกว่าน้ำมันทั่วๆ ไป

สินค้าที่เกี่ยวข้อง